อ๊ากกกกกกส์ ทำไมนิยายวายมันเขียนยากปานฉะนี้
แต่ถึงกระนั้นตอนแรกก็ออกมาให้อ่านกันแร้วน้า
วันนี้มีวอลเปเปอร์มาประเดิมอีกตะหาก
ลำพัง miwa น่ะวาดรูปเหมือนเด็กอนุบาลดีๆนี่เอง กร๊าซซซซ
ถ้าอยากเควสขอรูปอะไรก็บอกหนู naru เค้าจะดีกว่าฝากความหวังไว้กับข้าพเจ้านะ อิอิ
ข้าพเจ้าก็แต่งได้แต่ฟิคเรียกน้ำลายเนี่ยแหระ
เอ้า...เอาตอนแรกไปก่อน แล้วตอนที่สองที่เป็นตอนจบจะตามมาทีหลังนะจ๊าาา
--------------------------------------------------------------------------
ฟิคว้ายวาย....By miwa
ฟิคว้ายวาย....By miwa
ตอน สายลมที่พัดมาจากแดนไกล 1
แสงแดดสีเหลืองนวลส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กๆที่มีอยู่เพียงบานเดียวในห้อง เข้า
มากระทบกับใบหน้าสีขาวสว่าง ทำให้ขนตาสีทองเป็นแพหนาต้องกระพริบขึ้นลงถี่ๆ
เพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น
กี่โมงแล้วเนี่ย?
นั่นคือคำถามแรกที่นามิคาเซะ มินาโตะ เกะนินฝึกหัดแห่งหมู่บ้านโคโนฮะงาคุเระคิด มือทั้งสองข้างขยับขึ้นมาขยี้ตาที่ยังลืมได้ไม่เต็มที่นัก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำทะเลส่องประกายรับแสงแดดในยามเช้าไ ด้เป็นอย่างดี
กริ๊งง!!!!!!!!!!!!
เสียงนาฬิกาปลุกสีแดงที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นเพื่อเตือนความทรงจำของเจ้าของห้องอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกดปิดมันช้าๆอย่างไม่ไยดี แล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากที่นอนนัก
เส้นผมสีทองยุ่งเหยิงชี้โด่เด่ไม่เป็นระเบียบล้อมกรอบใบหน้าที่งดงามราวกับเทพบุตรน้อยๆ ดวงตาคมกริบมองดูตัวเองในกระจกแล้วหยิบแปรงสีฟันขึ้นมาแปรง ต่อด้วยการล้างหน้าในตอนเช้าที่ทำให้เขาได้ตื่นอย่างเต็มที่
มินาโตะเดินไปที่ตู้เย็นหลังเก่าขนาดกระทัดรัดที่ตั้งอยู่ในห้อง มองดูที่กระดาษสีกากีใบเล็กๆที่แปะอยู่หน้าตู้เย็น แล้วทำสีหน้ายุ่งยากใจ
ภารกิจระดับ B คุ้มครองเกะนินที่มาจากอุซึโนะคุนิ อะไรกัน?...เกะนินเองเนี่ยนะ ภารกิจระดับ B เชียว!
มือขาวข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาขยี้หัวอย่างไม่เข้าใจ ส่วนมืออีกข้างก็ทำหน้าที่เปิดตู้เย็น เพื่อหาของกินในตอนเช้า
ท่านรุ่นที่สามนี่ดูท่าจะแก่แล้วจริงๆแฮะ
มินาโตะพึมพำเบาๆกับตัวเอง แล้วหยิบนมกับขนมปังขึ้นมาเตรียมไว้ที่โต๊ะกินข้าว ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป
เฮ้!...มินาโตะ!
ครับ!
เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าต่าง เด็กชายที่กำลังจะปิดประตูห้องน้ำก็วิ่งออกมาทั้งๆที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ถึงจะมีคนมาแต่ก็ไม่ต้องเขินอายอะไร เพราะเสียงที่คุ้นหูดีนี้ไม่ใช่ใครอื่น
มีอะไรเหรอครับ? ครูจิไรยะ
มินาโตะยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่างอย่างร่าเริง แล้วกล่าวทักทายชายผมขาวที่ยืนอยู่ครงชายคาเสียงใส
อ้า...แค่เรื่องภารกิจน่ะ พอดีตารุ่นที่สามเค้าเกิดอยากจะเคลียร์ลิสท์ภารกิจให้สะอาดตา ก็เลยใช้ให้ทีมของเราทำภารกิจอีกอย่างหนึ่ง
จิไรยะพูดด้วยท่าทางสบายๆตามแบบฉบับของเขา ในขณะที่มองดูดวงตาคมที่มองเขาอย่งตั้งอกตั้งใจ
เป็นภารกิจที่ทำร่วมกันได้หรือครับ อย่างเช่นหาของระหว่างทางหรืออะไรประมาณนี้
เด็กชายถามอย่างสงสัย
เปล่าเลย อันที่จริงแล้วมันคนละเริ่องกันเลยล่ะ เพราะงั้นเรื่องภารกิจคุ้มครองเด็กที่มาจากอุซึโนะคำนิก็ต้องฝากเธอแล้วล่ะนะ
เอ๋?
มินาโตะร้องเสียงสูง นี่มันเรื่องอะไรกัน?...อยู่ๆครูจิไรยะก็โยนภารกิจระดับ B มาให้เขาง่ายๆอย่างนี้ มันออกจะมั่วเกินไปแล้วนะ
งั้นครูไปก่อนนะ ฝากสวัสดีชิกิคุงเค้าด้วยล่ะ
ฟุ่บ!
เสียงหายตัวไปของคุณครูจอมโบ้ยดังขึ้น ในขณะที่ลูกศิษฐ์ยังทำหน้าเหรอหราและงงไม่หาย เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วภารกิจที่ได้รับมานั้นต้องทำกันเป็นทีม แต่จะมาโยนให้กันแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย
แต่ก็ช่างเถอะ
มินาโตะว่า
ชิกิคุงเหรอ? ถ้านิสัยดีก็ดีน่ะสิ
เวลาหาแปดโมงเช้า มินาโตะก็เดินทางมาถึงร้านอิจิราคุราเม็ง ซึ่งเป็นที่ติดต่อนัดหมายของภารกิจนี้ ตัวเขาเองได้รับข้อมูลมาว่า ผู้ที่จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขาเดินทางมาที่โคโนฮะเพื่อเป็นตัวแทนติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการสอบจูนินในปลายปีนี้ซึ่งตัวเขาเองก็จะเข้าร่วมการสอบด้วย
รับอะไรดีคร้าบ? อ้าว...มินาโตะคุง ไม่ได้มากับท่านจิไรยะหรอกรึ?
เจ้าของร้านอายุเกือบสี่สิบปีทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง ด้านหลังของพ่อค้าใหญ่สะพายเป้ที่มีลูกสาวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานหลับอุตุอยู่ด้วย
ผมนัดเจ้าของภารกิจไว้น่ะครับ ก่อนหน้านั้นขอราเม็งซักชามแล้วกันนะครับ
มินาโตะนั่งลงที่บาร์ด้านหน้าแล้วหยิบเอาใบอธิบายภารกิจออกมานั่งอีกครั้งอย่างรอบคอบ ก่อนจะถอนหายใจใส่ราเม็งร้อนๆตรงหน้า
ภารกิจยุ่งยากรึไง?...หา มินาโตะคุง
เจ้าของร้านถามอย่างเป็นห่วง ในขณะที่ประคองลูกสาวออกมาจากทางด้านหลังอย่างระมัดระวัง
ไม่หรอกครับ แค่งงๆนิดหน่อยเท่านั้นเอง ทานล่ะนะคร้าบบบบ
ราเม็งในชามค่อยๆร่อยหรอลงไปเรื่อยๆในขณะที่สายลมอุ่นๆพัดเข้ามาในร้าน เสียงกระพรวนเล็กๆดังขึ้นเป็นจังหวะการเดินของผู้มาใหม่ พร้อมๆกับที่เด็กชายหันหน้ากลับไปมอง
เด็กชายอายุรุ่นคราวเดียวกับมินาโตะเดินเข้ามาในร้าน ผมยาวสีเงินยาวจรดด้านหลัง ดวงตาเย่อหยิ่งสีเขียวอ่อนราวกับใบไม้อ่อนในฤดูใบไม้ผลิมองเขาด้วยหางตาอย่างเหยียดๆ
นาย...นามิคาเซะเรอะ?
คำถามไร้มารยาทถูกกล่าวขึ้นด้วนริมฝีปากบางของคนๆนั้น ดวงตาคมของมินาโตะก็มองผู้มาใหม่อย่างพิจารณาแล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ
งั้นคุณก็คงเป็น ฮิอิรางื ชิกิล่ะสินะ?
ชายผมยาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกคาตานะเล่มยาวขึ้นมาวางไว้บนร้าน แล้วหย่อนตัวลงนั่งห่างจากมินาโตะไปสองสามที่
ทานอะไรก่อนไหมครับ?
มินาโตะถาม
ราเม็งรสเต้าเจี้ยว...
เสียงสั่งดังออกมาห้วนๆจนแม้แต่เจ้าของร้านก็ยังไม่ค่อยพอใจกับมันเท่าไหร่ มินาโตะหยุดกินราเม็งแล้วหันมาสนใจเรื่องภารกิจแทน
ถ้าจำไม่ผิดผมจะต้องไปส่งคุณที่ท่าเรือ เพื่อลงเรือไปคิริงาคุเระใช่มั้ย?
ก็อ่านเอาในใบอธิบายซะสิ
เสียงเย็นๆว่าเหน็บแบบห้วนๆ ทำเอาคนใจเย็นอย่างมินาโตะเดือดปุดๆอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เจ้าคนกวนประสาทจะนั่งทานราเม็งที่ตัวเองสั่งมาอย่างไม่สนใจใคร
เสียงกระพรวนดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ ฮิอิรางิ ชิกิ ลุกขึ้นแล้วคว้าดาบเดินออกไปนอกร้าน ไม่สนแม้แต่จะจ่ายเงินค่าราเม็งที่ตัวเองกินเสียด้วยซ้ำ!
ผะ..ผมไปก่อนแล้วกันนะครับ!
เด็กชายผมทองค่อยๆหย่อนแบงก์ไว้ที่บาร์ก่อนจะวิ่งตามคนตัวสูงออกมานอกร้าน
ได้เวลาออกเดินทางแล้ว
เสียงสั่งห้วนๆดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่คนตัวสูงจะเดินไปตามถนนลิ่วๆ
เอ๋?...ดะ เดี๋ยวสิ ชิกิคุง!
มินาโตะตะโกนเรียกคนข้างหน้าให้หันมามอง คนผมยาวจึงหันมาตามเสียงเรียก แล้วพูดห้วนๆด้วยสายตามุ่งร้าย
ฉันรู้จักทางไปเมืองท่าเรือดี แล้วก็มีฝีมือพอที่จะดูแลตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นนายตามมาให้พอเป็นพิธีก็พอ แล้วก็หยุดเรียกฉันว่าชิกิคุงด้วย ฉันว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
กะ...ก็ได้ครับ ฮิอิรางิซัง
คนผมทองเดินตามคนข้างหน้ามาเรื่อยๆอย่างเงียบๆ เพราะดูจากรูปการณ์แล้ว หมอนั่นคงดูแลตัวเองได้อย่างที่พูดอยู่จริงๆ
มิน่าล่ะ ครูจิไรยะถึงให้เรามาทำภารกิจนี้คนเดียว
มินาโตะคิดในใจระหว่างทาง พลางฟังเสียงกระพรวนที่ดังกรุ๋งกริ๋งเสนาะหูไปด้วย
เสียงกระพรวนนี่ จะไม่ทำให้ศัตรูรู้ตัวเหรอครับ?
คนตัวเล็กกว่าถามอย่างสงสัย แต่คนตัวโตไม่สนใจจะหันกลับมามอง ได้แต่พูดเสียงเย็นๆเบาๆเพียงแค่ให้คนข้างหลังได้ยินเท่านั้น
ก็พวกศัตรูจะได้มากันไง ทีนี้ฉันก็จะได้ฆ่ามันโดยไม่ต้องเปลืองแรงหาไงล่ะ
ริมทางเดินที่สร้างขึ้นจากดินลูกรังสีแดงเริ่มกลายเป็นป่าทึบเข้าไปทุกๆวินาทีที่เดินผ่าน รวมทั้งเสียงนกและสัตว์ต่างๆก็เริ่มเลือนหายไปอย่างน่าสงสัยอีกด้วย
ทำไมถึงได้เงียบอย่างนี้ ผิดปกติแล้วนะครับ
มินาโตะเตือนคนข้างหน้าเบาๆ สายตาคมปราดมองไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง สีหน้าที่เคยดูเรียบร้อยบัดนี้เคร่งเครียดขึ้นราวกับเป็นคนละคน อยาดเหงื่อเล็กๆเริ่มรินไหลลงมาจากโคนผมสีทองบ้างแล้ว
ช่างเถอะ ไม่นานมันก็คงอกมาเอง....ไม่ต้องไปตามหาให้เสียเวลาหรอก
ฮิอิรางิ ชิกิ ยังคงเดินรักษาความเร็วของตัวเองไปเรื่อยๆ ดวงตาไร้อารมณ์มองมาที่คนข้างหลังเป็นระยะๆ
อีกห้านาทีเราน่าจะถึงน้ำตกนะครับ ที่นั่นเป็นที่เดียวที่เราจะแวะหาน้ำได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพวกมันคงไปรอเราอยู่ที่นั่น
ฮิอิรางิ ชิกิ หันกลับมามองคนตัวเล็กข้างหลัง และอดแปลกใจกับสีหน้าที่ดูจริงจังนั้นไม่ได้
เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นพวกนิสัยคุณหนูพูดไม่หยุดเสียอีก คงจะมีฝีมืออยู่พอตัว ไม่งั้นพวกโคโนฮะคงไม่ส่งมาทำภารกิจนี้แค่คนเดียวหรอก
งั้นพอถึงเวลานั้น นายก็อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาฉันแล้วกัน
พูดเสร็จก็หันหลังเดินต่อไป ชายผ้ายูกาตะสีขาวที่มีตราน้ำวนอยู่ด้านหลังปลิวไสวเล่นลม ไปมาอยู่เนืองๆ
เสียงซ่าของน้ำตกขนาดยักษ์เริ่มดังแว่วมาแต่ไกล ผมยาวสีเงินของชิกิหยุดเคลื่อนไหวไปตามมจังหวะการเดินของเจ้าของ ก่อนที่ดาวกระจายสามสี่อันจะถูกดึงออกมาจากที่เก็บสัมภาระข้างตัว
พอจะรู้มั้ยว่ามากันกี่คน?
ชิกิถามห้วนๆและเงียบรอฟังคำตอบจากคนด้านหลัง
สาม หรือไม่ก็สี่คนถ้ายังมีมือสังเกตการณ์ซุ่มอยู่
คำตอบสั้นๆแต่ก็ทำให้คนฟังพอใจ ชิกิส่งสัญญาณให้มินาโตะจัดการกับพวกที่ซุ่มอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนตัวเขาเองจะจัดการกับพวกที่อยู่ขวามือ
ฟุ่บ!
เสียงปรากฏตัวดังขึ้นสองเสียงทางขวา พร้อมๆกันที่อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านซ้าย ทั้งสองคนต่อสู้กันตามที่วางแผนไว้อย่างรวดเร็ว
นินจาจากเกาะนางิเรอะ! ฉันจะทำให้แกได้ว่า อย่ามาดูถูกคนของอุซึโนะคุนิอีกเป็นครั้งที่สอง!
ดาบยาวถูกชักออกมาจากฝักเสียบตรงไปยังคู่ต่อสู้เบื้องหน้าอย่างไม่ปราณี ในขณะที่ดาวกระจายที่ไม่ได้อยู่ในมือแล้วปรากฏขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ทราบที่มา ทำให้ศัตรูคนแรกสิ้นชีพไปอย่างง่ายดาย
กะ...แก! เจ้าฮิอิรางิ!
ศัตรูอีกคนสบถลั่นเมื่อเห็นเพื่อนพ้องล้มลงไปนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วพุ่งมาพร้อมกับกังหันเหล็กขนาดยักษ์
ตายซะเถอะแก!
เสียงตะโกนดังขึ้นไม่นานก่อนที่กังหันมรณะจะเข้ามาถึงตัวของชิกิ แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมขยับไปไหน ซ้ำยังยิ้มเยาะให้กับท่าทางของศัตรูอีกด้วย
ใครกันแน่ที่จะตาย
คำเยาะดังขึ้นแผ่วเบาก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปพร้อมกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย
อะ..อะไรกัน?
นินจานางิครางเบาๆอย่างตกตะลึง ก่อนที่จะรูสึกได้ถึงสายลมอุ่นๆแผ่วเบาจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชิกิที่อยู่ตรงนั้น
สำนึกเสียเถอะ ว่านายได้พ่ายให้กับสายลมสีขาวแห่งอุซึแล้ว
เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู ตามด้วยปลายดาบสีขาวที่แทงทะลุออกมาทางหน้าอก ทำให้นินจาลอบสังหารได้แต่ยืนมองมันอย่างตกตะลึง แล้วสิ้นใจลงในที่สุด
เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?
เสียงใสดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่มินาโตะจะเดินมาใกล้ๆอย่างสบายๆ
แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่เปื้อนเลยเรอะ?
ชิกิคิดในใจพลางก้มลงมองปกเสื้อของตัวเองที่บัดนี้เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานเปรอะเต็มไปหมด ก่อนจะหันไปมองคู่ต่อสู้ของเด็กหนุ่มอีกคนให้แน่ใจว่าตายไปแล้ว
ปาดคอให้ตายในทีเดียวรึ?...อาจจะเก่งกว่าที่เราคิดก็ได้ เจ้าหมอนี่...
ผมว่าเราไปล้างเสื้อผ้ากันที่น้ำตกด้านหน้าจะดีกว่านะครับ ไปกันเถอะ
มินาโตะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของชิกิอย่างถือวิสาสะ แล้วเดินจูงไป เด็กหนุ่มผมสีเงินที่กำลังครุ่นคิดเรื่องฝีมือของอีกฝ่ายจึงได้เดินตามไปแต่โดยดี
มือก็นุ่มนิ่มเหมือนเด็กผู้หญิง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นมือของนินจาเลย
ชิกิปรับความคิดให้เข้ากับปัจจุบันอีกครั้ง ก่อนจะมองไปที่มือขาวที่ตัดเล็บสั้นสะอาดเรียบร้อย แล้วมองดูแผ่นหลังของคนตัวเล็กข้างหน้า
ตึกตัก....
เพี๊ยะ!
มือหนาสลัดมือของคนเบื้องหน้าออก ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินออกมาจากจุดเดิมสองสามก้าว ทำให้คนที่เคยกุมมืออยู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมา
เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ฮิอิรางิซัง?
คนตัวเล็กถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย แล้วพยายามเดินวกมาอีกด้านเพื่อให้ได้เห็นหน้าของอีกคน แต่ชิกิกลับหันหน้าหนีไปอีกทางเหมือนกับกำลังซ่อนอะไรไว้
มะ...ไม่มีอะไร นายไปก่อนเถอะ
แต่ผมว่าเราน่าจะพักสักหน่อยนะครับ
มินาโตะเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่นหลังของชิกิอย่างกังวล แต่อีกคนกลับสะบัดตัวออกห่างไป แล้วตะโกนกลับมาแทน
นายบอกว่าใกล้จะถึงน้ำตกแล้วไม่ใช่เหรอ ก็รีบๆไปซะสิ เดี๋ยวฉันจะตามไป!
มินาโตะเดินออกมาอย่างงงๆ ทิ้งไว้ให้เหลือแต่ชิกิยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นคายะต้นใหญ่ที่ขึ้นอยู่ริมข้างทาง
บะ...บ้าน่า ทำไมใจเต้นเร็วแบบนี้ล่ะ
ความคิดของคนตัวสูงดังขึ้นอย่างลับๆภายในหัวใจที่ว่างเปล่า ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อพอๆกับสีเลือดสดๆที่ติดอยู่บนอกเสื้อก้มลงหลบอยู่กับต้นคายะ อาการหอบเล็กน้อยเกิดขึ้นตามด้วยการพยายามสงบจิตใจตามวิธีของนินจาอุซึ
ใบหน้าใสค่อยคลายสีลงแล้วเมื่อเด็กหนุ่มเดินตามเจ้าตัวต้นเหตุมาถึงน้ำตกใหญ่กลางป่า แต่กลับพบเพียงสัมภาระของอีกคนวางไว้ที่ข้างน้ำตก แต่เจ้าตัวกลับไม่อยู่
เฮ้!..นี่นายอยู่ไหนน่ะ?
ชิกิตะโกนเรียกมินาโตะ
นามิคาเซะ!...นายอยู่ที่ไหนเนี่ย?
เด็กหนุ่มเรียกชื่อของอีกคนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกคน จึงนั่งลงสำรวจข้ าวของของอีกคน เผื่อกรณีถูกพวกโจรมาลักสัมภาระไป
พรึ่บ!
กระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งปลิวออกมาจากซอกกระเป๋า มองเห็ฯตัวอักษรที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงกำกับไว้
เลือดนี่นา
ชิกิพึมพำหลังจากที่ก้มลงไปดมกระดาษแผ่นนั้น แล้วอ่านมันอย่างตั้งใจ
ถ้าอยากได้ไอ้เด็กนี่คืน เอาชีวิตตัวเองมาแลกที่ร้านเหล้ากลางป่าที่ชื่อชิมาบาระ ก่อนตะวันตกดิน
รอก่อนเถอะ เจ้าพวกนางิ!
เสียงของเด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยความโกรธ มือหนาก้มลงเก็บสัมภาระที่ถูกกองทิ้งไว้เบื้องหลัง ก่อนจะพุ่งตัวฝ่าแนวป่าเพื่อไปยังจุดหมายที่อยู่ไกลออกไปมาก
จบตอนแรกจ้า ตอนสองอีกไม่นานเกินรอค่า
miwa
edit @ 2007/09/09 18:24:25