2007/Nov/13

อยากได้รูปไหนคลิกเอาเลยจ้า!

รูปอ่ะไม่ได้วาด แต่เอามาแต่งเป็นวอลเองน่อ!

เครดิตจะว่าไปก้อจำไม่ได้อ่ะ

ท่านมินาโตะกับพวกคาคาชิ ตอนเด็ก

รูปพวกนารุโตะกับพวกกาอาระ

ครูคาคาชิทั้งหล่อทั้งน่ารักกกกกก

ท่านรุ่นที่สี่น่าร้ากกกกกกกกกก

ขอโทษที่เซ็ตนี้เป็นไวล์สกรีนทั้งชุดนะคะ แต่ถ้าอยากได้แบบจอธรรมดาก้อโพสบอกไว้นะ

ไม้งั้นก้ออยากจะทำแต่แบบไวลด์สกรีนอ่ะ

สูบกันไปแล้วเม้นท์ด้วยนะคะ

miwa

 

2007/Oct/29

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ใครก้อด้ายช่วยหามีดอีโต้มาปักหัว miwa ที!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่องนี้โดยส่วนตัวแล้วอยากให้หลายๆคนได้ทราบโดยทั่วกัน

naru น้องรักถ้าได้อ่านกรุณาโทรกลับหาพี่ด่วน พี่ติดน้องไม่ได้โว้ยยย อ๊าคคคคคคค

เคราะห์ร้ายเรื่องแรก

เกิดจากความสะเพร่าของ miwa เองอันนี้โทษใครมะด้าย

ในวันศุกร์ก่อนปิดเทอม ไปกินเลี้ยงที่บ้านลุง เผอิญว่าวันเกิดอ่ะนะ

ไม่ทราบว่าเป็นเพราะบาปที่เจแตกเปรี้ยงๆอ๊ะป่าว ปรากฏว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว เข้าบ้านไม่ได้

เพราะไม่ได้เอากุญแจออกมาจากบ้านด้วย

ปรากฏว่าต้องโทรกลับไปที่บ้านลุงใหจ้างมอไซเอากุญแจมาให้อีก

ไม่ใช่แค่นั้น.......

ฝนบ้ายังตกลงมากระหน่ำให้เราช้ำชอกอีก

ปรากฏว่าแม่เราไม่อยากจากฝนเลยปีนรั้วเข้าบ้านไปก่อน

ส่วน miwa นั้นกลัวความสูงอย่างแรงเลยได้แต่ยืนคอยตากฝนอยู่นอกบ้าน

ทีนี้เรยเอาโทรศัพท์ให้แม่ไว้

ปรากฏว่าพอเช้าขึ้นมา หยิบโทรศัพท์จะโทรหาเพื่อน

ก็ได้รู้เป็นครั้งแรกว่าโทรศัพท์เรามันผลิตน้ำออกมาได้

แม่เจ้า...ซวยซ้ำซวยซ้อนจิงๆ ปรากฏว่าก็เสียนั่นแหละ

ได้เครื่องใหม่เป็น Sony ericson k550i (อันนี้แอบดีใจ) แต่เบอร์ที่เมมไว้หายเกลี้ยง กลายเป็นคนหลังเขา

ติดต่อใครไม่ได้

เคราะห์กรรมที่สองเห็นจะเปงเรื่องคอม

เผอิญว่าซื้อโน้ตบุคมา ด้วยความเกรียนเจือกลงวินโดว์ วิสต้าเอาไว้

เรยต้องไปเอาออกแล้วเปลี่ยนเปงเอ็กซ์พีเจ้าเดิม เพราะไฮเทคจัด

โปรแกรมหลายๆอย่างมันไม่ยอมรับ ลงเกมแผ่นปลอมก้อไม่ได้

ก้อตามสเต็ปแหละ เก็บนู่นเก็บนี่ไว้ในไดรฟ์ ดี ให้ฟอร์แมทแต่ไดรฟ์ซี

ปรากฏว่าไม่รูว่าเป็นเพราะอะไร เค้าบอกว่าต้องฟอร์แมททั้งเครื่องถึงจะลงได้

ก้อตามสเต็ปอีกเหมือนกัน หายเกลี้ยง ฟิคเอย(รวมเรื่องมินาโตะนี่ด้วย)

เพลงเอย รูปเอย โปรแกรมที่โหลดมาเอย หนังเอย ไม่เหลือเอย

พูดถึงตรงนี้ใครก็ได้เอามีดมาฟัน miwa ที

แต่ก้อนะพี่เค้าบอกว่ามีโปรแกรมกู้คืน ได้

ก้อเรยใจชื้นมานิด

เคราะห์กรรมสุดท้าย

ไอ้ที่กู้คืนมาได้มันมีแต่สิ่งที่ไม่ต้องการอ่ะ

รูปได้มาบ้าง คิดดูจากสี่ร้อยกว่ารูปเหลือสองสามรูป

เพลงหาย หนังหาย ฟิคหาย นิยายที่แต่งไว้ทั้งหมดอันตรธาน

ทำไมถึงได้ซวยงี้เนี่ย

ปรากฏว่าเราต้องมานั่งแต่งตอนจบของฟิคมินาโตะอีกรอบ

อยากตายยยยยยยยยย.....................

เท่านี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปหาดีดีทีก่อน

2007/Sep/09

อ๊ากกกกกกส์ ทำไมนิยายวายมันเขียนยากปานฉะนี้

แต่ถึงกระนั้นตอนแรกก็ออกมาให้อ่านกันแร้วน้า

วันนี้มีวอลเปเปอร์มาประเดิมอีกตะหาก

ลำพัง miwa น่ะวาดรูปเหมือนเด็กอนุบาลดีๆนี่เอง กร๊าซซซซ

ถ้าอยากเควสขอรูปอะไรก็บอกหนู naru เค้าจะดีกว่าฝากความหวังไว้กับข้าพเจ้านะ อิอิ

ข้าพเจ้าก็แต่งได้แต่ฟิคเรียกน้ำลายเนี่ยแหระ

เอ้า...เอาตอนแรกไปก่อน แล้วตอนที่สองที่เป็นตอนจบจะตามมาทีหลังนะจ๊าาา

--------------------------------------------------------------------------

ฟิคว้ายวาย....By miwa

ฟิคว้ายวาย....By miwa

ตอน สายลมที่พัดมาจากแดนไกล 1

แสงแดดสีเหลืองนวลส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กๆที่มีอยู่เพียงบานเดียวในห้อง เข้า

มากระทบกับใบหน้าสีขาวสว่าง ทำให้ขนตาสีทองเป็นแพหนาต้องกระพริบขึ้นลงถี่ๆ

เพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น

กี่โมงแล้วเนี่ย?

นั่นคือคำถามแรกที่นามิคาเซะ มินาโตะ เกะนินฝึกหัดแห่งหมู่บ้านโคโนฮะงาคุเระคิด มือทั้งสองข้างขยับขึ้นมาขยี้ตาที่ยังลืมได้ไม่เต็มที่นัก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำทะเลส่องประกายรับแสงแดดในยามเช้าไ ด้เป็นอย่างดี

กริ๊งง!!!!!!!!!!!!

เสียงนาฬิกาปลุกสีแดงที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นเพื่อเตือนความทรงจำของเจ้าของห้องอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกดปิดมันช้าๆอย่างไม่ไยดี แล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากที่นอนนัก

เส้นผมสีทองยุ่งเหยิงชี้โด่เด่ไม่เป็นระเบียบล้อมกรอบใบหน้าที่งดงามราวกับเทพบุตรน้อยๆ ดวงตาคมกริบมองดูตัวเองในกระจกแล้วหยิบแปรงสีฟันขึ้นมาแปรง ต่อด้วยการล้างหน้าในตอนเช้าที่ทำให้เขาได้ตื่นอย่างเต็มที่

มินาโตะเดินไปที่ตู้เย็นหลังเก่าขนาดกระทัดรัดที่ตั้งอยู่ในห้อง มองดูที่กระดาษสีกากีใบเล็กๆที่แปะอยู่หน้าตู้เย็น แล้วทำสีหน้ายุ่งยากใจ

ภารกิจระดับ B คุ้มครองเกะนินที่มาจากอุซึโนะคุนิ อะไรกัน?...เกะนินเองเนี่ยนะ ภารกิจระดับ B เชียว!

มือขาวข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาขยี้หัวอย่างไม่เข้าใจ ส่วนมืออีกข้างก็ทำหน้าที่เปิดตู้เย็น เพื่อหาของกินในตอนเช้า

ท่านรุ่นที่สามนี่ดูท่าจะแก่แล้วจริงๆแฮะ

มินาโตะพึมพำเบาๆกับตัวเอง แล้วหยิบนมกับขนมปังขึ้นมาเตรียมไว้ที่โต๊ะกินข้าว ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป

เฮ้!...มินาโตะ!

ครับ!

เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าต่าง เด็กชายที่กำลังจะปิดประตูห้องน้ำก็วิ่งออกมาทั้งๆที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ถึงจะมีคนมาแต่ก็ไม่ต้องเขินอายอะไร เพราะเสียงที่คุ้นหูดีนี้ไม่ใช่ใครอื่น

มีอะไรเหรอครับ? ครูจิไรยะ

มินาโตะยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่างอย่างร่าเริง แล้วกล่าวทักทายชายผมขาวที่ยืนอยู่ครงชายคาเสียงใส

อ้า...แค่เรื่องภารกิจน่ะ พอดีตารุ่นที่สามเค้าเกิดอยากจะเคลียร์ลิสท์ภารกิจให้สะอาดตา ก็เลยใช้ให้ทีมของเราทำภารกิจอีกอย่างหนึ่ง

จิไรยะพูดด้วยท่าทางสบายๆตามแบบฉบับของเขา ในขณะที่มองดูดวงตาคมที่มองเขาอย่งตั้งอกตั้งใจ

เป็นภารกิจที่ทำร่วมกันได้หรือครับ อย่างเช่นหาของระหว่างทางหรืออะไรประมาณนี้

เด็กชายถามอย่างสงสัย

เปล่าเลย อันที่จริงแล้วมันคนละเริ่องกันเลยล่ะ เพราะงั้นเรื่องภารกิจคุ้มครองเด็กที่มาจากอุซึโนะคำนิก็ต้องฝากเธอแล้วล่ะนะ

เอ๋?

มินาโตะร้องเสียงสูง นี่มันเรื่องอะไรกัน?...อยู่ๆครูจิไรยะก็โยนภารกิจระดับ B มาให้เขาง่ายๆอย่างนี้ มันออกจะมั่วเกินไปแล้วนะ

งั้นครูไปก่อนนะ ฝากสวัสดีชิกิคุงเค้าด้วยล่ะ

ฟุ่บ!

เสียงหายตัวไปของคุณครูจอมโบ้ยดังขึ้น ในขณะที่ลูกศิษฐ์ยังทำหน้าเหรอหราและงงไม่หาย เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วภารกิจที่ได้รับมานั้นต้องทำกันเป็นทีม แต่จะมาโยนให้กันแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย

แต่ก็ช่างเถอะ

มินาโตะว่า

ชิกิคุงเหรอ? ถ้านิสัยดีก็ดีน่ะสิ

เวลาหาแปดโมงเช้า มินาโตะก็เดินทางมาถึงร้านอิจิราคุราเม็ง ซึ่งเป็นที่ติดต่อนัดหมายของภารกิจนี้ ตัวเขาเองได้รับข้อมูลมาว่า ผู้ที่จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขาเดินทางมาที่โคโนฮะเพื่อเป็นตัวแทนติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการสอบจูนินในปลายปีนี้ซึ่งตัวเขาเองก็จะเข้าร่วมการสอบด้วย

รับอะไรดีคร้าบ? อ้าว...มินาโตะคุง ไม่ได้มากับท่านจิไรยะหรอกรึ?

เจ้าของร้านอายุเกือบสี่สิบปีทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง ด้านหลังของพ่อค้าใหญ่สะพายเป้ที่มีลูกสาวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานหลับอุตุอยู่ด้วย

ผมนัดเจ้าของภารกิจไว้น่ะครับ ก่อนหน้านั้นขอราเม็งซักชามแล้วกันนะครับ

มินาโตะนั่งลงที่บาร์ด้านหน้าแล้วหยิบเอาใบอธิบายภารกิจออกมานั่งอีกครั้งอย่างรอบคอบ ก่อนจะถอนหายใจใส่ราเม็งร้อนๆตรงหน้า

ภารกิจยุ่งยากรึไง?...หา มินาโตะคุง

เจ้าของร้านถามอย่างเป็นห่วง ในขณะที่ประคองลูกสาวออกมาจากทางด้านหลังอย่างระมัดระวัง

ไม่หรอกครับ แค่งงๆนิดหน่อยเท่านั้นเอง ทานล่ะนะคร้าบบบบ

ราเม็งในชามค่อยๆร่อยหรอลงไปเรื่อยๆในขณะที่สายลมอุ่นๆพัดเข้ามาในร้าน เสียงกระพรวนเล็กๆดังขึ้นเป็นจังหวะการเดินของผู้มาใหม่ พร้อมๆกับที่เด็กชายหันหน้ากลับไปมอง

เด็กชายอายุรุ่นคราวเดียวกับมินาโตะเดินเข้ามาในร้าน ผมยาวสีเงินยาวจรดด้านหลัง ดวงตาเย่อหยิ่งสีเขียวอ่อนราวกับใบไม้อ่อนในฤดูใบไม้ผลิมองเขาด้วยหางตาอย่างเหยียดๆ

นาย...นามิคาเซะเรอะ?

คำถามไร้มารยาทถูกกล่าวขึ้นด้วนริมฝีปากบางของคนๆนั้น ดวงตาคมของมินาโตะก็มองผู้มาใหม่อย่างพิจารณาแล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ

งั้นคุณก็คงเป็น ฮิอิรางื ชิกิล่ะสินะ?

ชายผมยาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกคาตานะเล่มยาวขึ้นมาวางไว้บนร้าน แล้วหย่อนตัวลงนั่งห่างจากมินาโตะไปสองสามที่

ทานอะไรก่อนไหมครับ?

มินาโตะถาม

ราเม็งรสเต้าเจี้ยว...

เสียงสั่งดังออกมาห้วนๆจนแม้แต่เจ้าของร้านก็ยังไม่ค่อยพอใจกับมันเท่าไหร่ มินาโตะหยุดกินราเม็งแล้วหันมาสนใจเรื่องภารกิจแทน

ถ้าจำไม่ผิดผมจะต้องไปส่งคุณที่ท่าเรือ เพื่อลงเรือไปคิริงาคุเระใช่มั้ย?

ก็อ่านเอาในใบอธิบายซะสิ

เสียงเย็นๆว่าเหน็บแบบห้วนๆ ทำเอาคนใจเย็นอย่างมินาโตะเดือดปุดๆอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เจ้าคนกวนประสาทจะนั่งทานราเม็งที่ตัวเองสั่งมาอย่างไม่สนใจใคร

เสียงกระพรวนดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ ฮิอิรางิ ชิกิ ลุกขึ้นแล้วคว้าดาบเดินออกไปนอกร้าน ไม่สนแม้แต่จะจ่ายเงินค่าราเม็งที่ตัวเองกินเสียด้วยซ้ำ!

ผะ..ผมไปก่อนแล้วกันนะครับ!

เด็กชายผมทองค่อยๆหย่อนแบงก์ไว้ที่บาร์ก่อนจะวิ่งตามคนตัวสูงออกมานอกร้าน

ได้เวลาออกเดินทางแล้ว

เสียงสั่งห้วนๆดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่คนตัวสูงจะเดินไปตามถนนลิ่วๆ

เอ๋?...ดะ เดี๋ยวสิ ชิกิคุง!

มินาโตะตะโกนเรียกคนข้างหน้าให้หันมามอง คนผมยาวจึงหันมาตามเสียงเรียก แล้วพูดห้วนๆด้วยสายตามุ่งร้าย

ฉันรู้จักทางไปเมืองท่าเรือดี แล้วก็มีฝีมือพอที่จะดูแลตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นนายตามมาให้พอเป็นพิธีก็พอ แล้วก็หยุดเรียกฉันว่าชิกิคุงด้วย ฉันว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

กะ...ก็ได้ครับ ฮิอิรางิซัง

คนผมทองเดินตามคนข้างหน้ามาเรื่อยๆอย่างเงียบๆ เพราะดูจากรูปการณ์แล้ว หมอนั่นคงดูแลตัวเองได้อย่างที่พูดอยู่จริงๆ

มิน่าล่ะ ครูจิไรยะถึงให้เรามาทำภารกิจนี้คนเดียว

มินาโตะคิดในใจระหว่างทาง พลางฟังเสียงกระพรวนที่ดังกรุ๋งกริ๋งเสนาะหูไปด้วย

เสียงกระพรวนนี่ จะไม่ทำให้ศัตรูรู้ตัวเหรอครับ?

คนตัวเล็กกว่าถามอย่างสงสัย แต่คนตัวโตไม่สนใจจะหันกลับมามอง ได้แต่พูดเสียงเย็นๆเบาๆเพียงแค่ให้คนข้างหลังได้ยินเท่านั้น

ก็พวกศัตรูจะได้มากันไง ทีนี้ฉันก็จะได้ฆ่ามันโดยไม่ต้องเปลืองแรงหาไงล่ะ

ริมทางเดินที่สร้างขึ้นจากดินลูกรังสีแดงเริ่มกลายเป็นป่าทึบเข้าไปทุกๆวินาทีที่เดินผ่าน รวมทั้งเสียงนกและสัตว์ต่างๆก็เริ่มเลือนหายไปอย่างน่าสงสัยอีกด้วย

ทำไมถึงได้เงียบอย่างนี้ ผิดปกติแล้วนะครับ

มินาโตะเตือนคนข้างหน้าเบาๆ สายตาคมปราดมองไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง สีหน้าที่เคยดูเรียบร้อยบัดนี้เคร่งเครียดขึ้นราวกับเป็นคนละคน อยาดเหงื่อเล็กๆเริ่มรินไหลลงมาจากโคนผมสีทองบ้างแล้ว

ช่างเถอะ ไม่นานมันก็คงอกมาเอง....ไม่ต้องไปตามหาให้เสียเวลาหรอก

ฮิอิรางิ ชิกิ ยังคงเดินรักษาความเร็วของตัวเองไปเรื่อยๆ ดวงตาไร้อารมณ์มองมาที่คนข้างหลังเป็นระยะๆ

อีกห้านาทีเราน่าจะถึงน้ำตกนะครับ ที่นั่นเป็นที่เดียวที่เราจะแวะหาน้ำได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพวกมันคงไปรอเราอยู่ที่นั่น

ฮิอิรางิ ชิกิ หันกลับมามองคนตัวเล็กข้างหลัง และอดแปลกใจกับสีหน้าที่ดูจริงจังนั้นไม่ได้

เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นพวกนิสัยคุณหนูพูดไม่หยุดเสียอีก คงจะมีฝีมืออยู่พอตัว ไม่งั้นพวกโคโนฮะคงไม่ส่งมาทำภารกิจนี้แค่คนเดียวหรอก

งั้นพอถึงเวลานั้น นายก็อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาฉันแล้วกัน

พูดเสร็จก็หันหลังเดินต่อไป ชายผ้ายูกาตะสีขาวที่มีตราน้ำวนอยู่ด้านหลังปลิวไสวเล่นลม ไปมาอยู่เนืองๆ

เสียงซ่าของน้ำตกขนาดยักษ์เริ่มดังแว่วมาแต่ไกล ผมยาวสีเงินของชิกิหยุดเคลื่อนไหวไปตามมจังหวะการเดินของเจ้าของ ก่อนที่ดาวกระจายสามสี่อันจะถูกดึงออกมาจากที่เก็บสัมภาระข้างตัว

พอจะรู้มั้ยว่ามากันกี่คน?

ชิกิถามห้วนๆและเงียบรอฟังคำตอบจากคนด้านหลัง

สาม หรือไม่ก็สี่คนถ้ายังมีมือสังเกตการณ์ซุ่มอยู่

คำตอบสั้นๆแต่ก็ทำให้คนฟังพอใจ ชิกิส่งสัญญาณให้มินาโตะจัดการกับพวกที่ซุ่มอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนตัวเขาเองจะจัดการกับพวกที่อยู่ขวามือ

ฟุ่บ!

เสียงปรากฏตัวดังขึ้นสองเสียงทางขวา พร้อมๆกันที่อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านซ้าย ทั้งสองคนต่อสู้กันตามที่วางแผนไว้อย่างรวดเร็ว

นินจาจากเกาะนางิเรอะ! ฉันจะทำให้แกได้ว่า อย่ามาดูถูกคนของอุซึโนะคุนิอีกเป็นครั้งที่สอง!

ดาบยาวถูกชักออกมาจากฝักเสียบตรงไปยังคู่ต่อสู้เบื้องหน้าอย่างไม่ปราณี ในขณะที่ดาวกระจายที่ไม่ได้อยู่ในมือแล้วปรากฏขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ทราบที่มา ทำให้ศัตรูคนแรกสิ้นชีพไปอย่างง่ายดาย

กะ...แก! เจ้าฮิอิรางิ!

ศัตรูอีกคนสบถลั่นเมื่อเห็นเพื่อนพ้องล้มลงไปนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วพุ่งมาพร้อมกับกังหันเหล็กขนาดยักษ์

ตายซะเถอะแก!

เสียงตะโกนดังขึ้นไม่นานก่อนที่กังหันมรณะจะเข้ามาถึงตัวของชิกิ แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมขยับไปไหน ซ้ำยังยิ้มเยาะให้กับท่าทางของศัตรูอีกด้วย

ใครกันแน่ที่จะตาย

คำเยาะดังขึ้นแผ่วเบาก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปพร้อมกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย

อะ..อะไรกัน?

นินจานางิครางเบาๆอย่างตกตะลึง ก่อนที่จะรูสึกได้ถึงสายลมอุ่นๆแผ่วเบาจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชิกิที่อยู่ตรงนั้น

สำนึกเสียเถอะ ว่านายได้พ่ายให้กับสายลมสีขาวแห่งอุซึแล้ว

เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู ตามด้วยปลายดาบสีขาวที่แทงทะลุออกมาทางหน้าอก ทำให้นินจาลอบสังหารได้แต่ยืนมองมันอย่างตกตะลึง แล้วสิ้นใจลงในที่สุด

เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?

เสียงใสดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่มินาโตะจะเดินมาใกล้ๆอย่างสบายๆ

แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่เปื้อนเลยเรอะ?

ชิกิคิดในใจพลางก้มลงมองปกเสื้อของตัวเองที่บัดนี้เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานเปรอะเต็มไปหมด ก่อนจะหันไปมองคู่ต่อสู้ของเด็กหนุ่มอีกคนให้แน่ใจว่าตายไปแล้ว

ปาดคอให้ตายในทีเดียวรึ?...อาจจะเก่งกว่าที่เราคิดก็ได้ เจ้าหมอนี่...

ผมว่าเราไปล้างเสื้อผ้ากันที่น้ำตกด้านหน้าจะดีกว่านะครับ ไปกันเถอะ

มินาโตะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของชิกิอย่างถือวิสาสะ แล้วเดินจูงไป เด็กหนุ่มผมสีเงินที่กำลังครุ่นคิดเรื่องฝีมือของอีกฝ่ายจึงได้เดินตามไปแต่โดยดี

มือก็นุ่มนิ่มเหมือนเด็กผู้หญิง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นมือของนินจาเลย

ชิกิปรับความคิดให้เข้ากับปัจจุบันอีกครั้ง ก่อนจะมองไปที่มือขาวที่ตัดเล็บสั้นสะอาดเรียบร้อย แล้วมองดูแผ่นหลังของคนตัวเล็กข้างหน้า

ตึกตัก....

เพี๊ยะ!

มือหนาสลัดมือของคนเบื้องหน้าออก ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินออกมาจากจุดเดิมสองสามก้าว ทำให้คนที่เคยกุมมืออยู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมา

เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ฮิอิรางิซัง?

คนตัวเล็กถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย แล้วพยายามเดินวกมาอีกด้านเพื่อให้ได้เห็นหน้าของอีกคน แต่ชิกิกลับหันหน้าหนีไปอีกทางเหมือนกับกำลังซ่อนอะไรไว้

มะ...ไม่มีอะไร นายไปก่อนเถอะ

แต่ผมว่าเราน่าจะพักสักหน่อยนะครับ

มินาโตะเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่นหลังของชิกิอย่างกังวล แต่อีกคนกลับสะบัดตัวออกห่างไป แล้วตะโกนกลับมาแทน

นายบอกว่าใกล้จะถึงน้ำตกแล้วไม่ใช่เหรอ ก็รีบๆไปซะสิ เดี๋ยวฉันจะตามไป!

มินาโตะเดินออกมาอย่างงงๆ ทิ้งไว้ให้เหลือแต่ชิกิยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นคายะต้นใหญ่ที่ขึ้นอยู่ริมข้างทาง

บะ...บ้าน่า ทำไมใจเต้นเร็วแบบนี้ล่ะ

ความคิดของคนตัวสูงดังขึ้นอย่างลับๆภายในหัวใจที่ว่างเปล่า ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อพอๆกับสีเลือดสดๆที่ติดอยู่บนอกเสื้อก้มลงหลบอยู่กับต้นคายะ อาการหอบเล็กน้อยเกิดขึ้นตามด้วยการพยายามสงบจิตใจตามวิธีของนินจาอุซึ

ใบหน้าใสค่อยคลายสีลงแล้วเมื่อเด็กหนุ่มเดินตามเจ้าตัวต้นเหตุมาถึงน้ำตกใหญ่กลางป่า แต่กลับพบเพียงสัมภาระของอีกคนวางไว้ที่ข้างน้ำตก แต่เจ้าตัวกลับไม่อยู่

เฮ้!..นี่นายอยู่ไหนน่ะ?

ชิกิตะโกนเรียกมินาโตะ

นามิคาเซะ!...นายอยู่ที่ไหนเนี่ย?

เด็กหนุ่มเรียกชื่อของอีกคนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกคน จึงนั่งลงสำรวจข้ าวของของอีกคน เผื่อกรณีถูกพวกโจรมาลักสัมภาระไป

พรึ่บ!

กระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งปลิวออกมาจากซอกกระเป๋า มองเห็ฯตัวอักษรที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงกำกับไว้

เลือดนี่นา

ชิกิพึมพำหลังจากที่ก้มลงไปดมกระดาษแผ่นนั้น แล้วอ่านมันอย่างตั้งใจ

ถ้าอยากได้ไอ้เด็กนี่คืน เอาชีวิตตัวเองมาแลกที่ร้านเหล้ากลางป่าที่ชื่อชิมาบาระ ก่อนตะวันตกดิน

รอก่อนเถอะ เจ้าพวกนางิ!

เสียงของเด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยความโกรธ มือหนาก้มลงเก็บสัมภาระที่ถูกกองทิ้งไว้เบื้องหลัง ก่อนจะพุ่งตัวฝ่าแนวป่าเพื่อไปยังจุดหมายที่อยู่ไกลออกไปมาก

จบตอนแรกจ้า ตอนสองอีกไม่นานเกินรอค่า

miwa


edit @ 2007/09/09 18:24:25